โรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ (Erectile Dysfunction : ED)

Last updated: Feb 6, 2019  |  3 จำนวนผู้เข้าชม  |  เพศศึกษา

โรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ (Erectile Dysfunction : ED)

                              โรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ (Erectile Dysfunction : ED)

 

            โรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ (Erectile Dysfunction)  หมายถึง   การที่อวัยวะเพศไม่สามารถแข็งตัวหรือแข็งตัวได้ไม่นานพอที่จะประกอบกิจทางเพศจนสำเร็จความใคร่  คำศัพท์เดิมคือหมดสมรรถภาพทางเพศ (Impotence) ซึ่งให้ความหมายทางน่าอับอาย  คำว่าหย่อนสมรรถภาพทางเพศจึงเหมาะสมกว่า

               โรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ (Erectile Dysfunction) เป็นรูปแบบหนึ่งของโรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ (Sexual dysfunction) โรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศอื่น ๆ  ได้แก่ โรคหลั่งเร็ว  โรคหลั่งช้า  โรคเฉื่อยชาทางเพศ          โรคไม่ถึงจุดสุดยอด  เป็นต้น  โรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศเป็นโรคที่พบบ่อย  ประมาณร้อยละ 50 ของชายอายุ 40-70 ปี มีปัญหาหย่อนสมรรถภาพทางเพศระดับใดระดับหนึ่ง  แต่ผู้ป่วยน้อยกว่าร้อยละ 10 ที่แสวงหาทางรักษา

 

กลไกการการแข็งตัวขององคชาต
              

เพื่อให้เข้าใจสาเหตุของโรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ จึงควรทราบก่อนว่าองคชาตมีการแข็งตัวได้อย่างไร  โดยทั่วไปการแข็งตัวขององคชาตมีได้ 3 แบบ คือ

1.  การแข็งตัวที่เกิดจากจิตใจ (Psychogenic erection) เกิดจากสิ่งกระตุ้นทางตา หู จมูก หรือ สัมผัส  ที่สมองได้รับ  หรือจินตนาการซึ่งเกิดขึ้นเองในสมองส่งผ่านเส้นประสาทไขสันหลังบริเวณกระเบนเหน็บ  ไปยังเส้นประสาทที่หล่อเลี้ยงองคชาตและเซลล์กล้ามเนื้อเรียบในองคชาต  มีการเปลี่ยนแปลงของสารเคมีสื่อสารต่าง ๆ  ทำให้เลือดไหลสู่องคชาตมากขึ้นและไหลกลับน้อยลงองคชาตจึงแข็งตัว

2.  การแข็งตัวที่เกิดจากปฏิกิริยาสะท้อนกลับ (Reflexogenic erection) เป็นผลจากการกระตุ้นโดยตรงองคชาต และเนื้อเยื่อบริเวณรอบ ๆ   ส่งผ่านระบบประสาทไขสันหลังทำให้เกิดปฏิกิริยาสะท้อนกลับทางเส้นประสาทที่หล่อเลี้ยงองคชาตทำให้องคชาตแข็งตัว

3.  การแข็งตัวที่เกิดขึ้นในยามวิกาล (Nocturnal erection) เป็นความพยายามของร่างกายที่จะทำให้องคชาต มีออกซิเจนมาเลี้ยงเพิ่มขึ้น เกิดขึ้นขณะหลับ แม้ไม่ได้ฝันเรื่องกามารมณ์ โดยอาศัยฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนที่ทำให้องคชาตแข็งตัว

ขณะตื่นการแข็งตัวขององคชาตเป็นผลจากการทำงานร่วมกันของจิตใจและปฏิกิริยาสะท้อนกลับ  โดยธรรมชาติการแข็งตัวจะลดลงเมื่ออายุมากขึ้น  และต้องการการกระตุ้นมากขึ้นจึงจะแข็งตัว  รวมทั้งความดื่มด่ำ  ความนานและรุนแรงของการถึงจุดสุดยอดจะลดลง  และต้องการเวลามากขึ้นจึงจะกลับมาแข็งตัวใหม่ได้

 

 
สาเหตุของโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ
 

               จะเห็นได้ว่าการแข็งตัวขององคชาตอาศัยการทำงานร่วมกันหลายระบบทั้งจิตใจ สมอง ไขสันหลัง ระบบประสาทและหลอดเลือดที่หล่อเลี้ยงองคชาต  รวมทั้งฮอร์โมนเพศชาย  ความผิดปกติของระบบใดระบบหนึ่งจึงทำให้เกิดปัญหาการแข็งตัวหรือโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศได้

  ปัจจัยที่เป็นสาเหตุของโรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ

1.  ปัจจัยทางจิตใจ

พบว่าร้อยละ 10-30 ของผู้มีปัญหาหย่อนสมรรถภาพทางเพศมีปัญหาทางจิตใจ  จึงขาดสิ่งกระตุ้นที่จะทำให้เกิดการแข็งตัว  ปัญหาเหล่านี้ได้แก่  ความกลัว เช่น กลัวว่าจะไม่สามารถร่วมเพศได้ กลัวว่าวัยวะเพศจะไม่แข็งตัว เมื่ออวัยวะไม่แข็งตัวก็ทำให้เกิดความกลัวมากขึ้น กลัวจะติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์โดยเฉพาะโรคเอดส์ เป็นต้น รู้สึกผิดเกี่ยวกับเรื่องเพศ มีความเครียดหรือกังวลกับปัญหาเรื่องงาน  ปัญหาเศรษฐกิจ  หรือปัญหาครอบครัว

2.  ปัจจัยทางร่างกาย  มีสาเหตุทางกายหลายอย่างที่ทำให้เกิดโรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ  ได้แก่

-  ความผิดปกติทางระบบประสาท  ถ้าเซลล์ประสาทที่ส่งสัญญาณหรือควบคุมการแข็งตัวขององคชาตถูกทำลายไม่ว่าโดยอุบัติเหตุหรือโรคภัยไข้เจ็บก็ทำให้เกิดปัญหาการแข็งตัวได้ เช่น การบาดเจ็บต่อไขสันหลัง การผ่าตัดต่อมลูกหมาก  เส้นเลือดในสมองตีบหรือแตก เป็นต้น

       -   ความผิดปกติของหลอดเลือด  โรคที่ทำให้เกิดความผิดปกติของการไหลเวียนเลือดสู่องคชาต  ได้แก่  โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน  ไขในในเลือดสูง   การสูบบุหรี่  เป็นต้น

       -   ความเสียหายต่อโครงสร้างขององคชาต  ที่เกิดจากการบาดเจ็บ การผ่าตัดหรือสาเหตุอื่น ๆ

       -  การขาดแคลนฮอร์โมนเพศชายเทสโทสเตอโรน  ซึ่งมักพบในผู้สูงอายุหรือ ชายวัยทอง

       -  การใช้ยาบางชนิดเป็นประจำ ที่ทำให้เกิดปัญหาการแข็งตัว เช่น ยาขับปัสสาวะ ยาคลายเครียด ยารักษาโรคซึมเศร้า ยารักษาโรคความดันโลหิตสูงบางชนิดที่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนล่าง ยากลุ่มต้านเบต้า และสุรา อย่างไรก็ตามผลของยามักเป็นชั่วคราวและกลับคืนสู่ปกติได้เมื่อหยุดใช้ยา ดังนั้น เมื่อพบแพทย์จึงต้องบอกถึงยาที่ใช้อยู่ด้วยเสมอ

 

การรักษาโรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ
 

               เมื่อมีปัญหาอวัยวะเพศไม่แข็งตัวควรปรึกษาแพทย์เนื่องจากโรคนี้สัมพันธ์กับผลของโรคบางโรค การบาดเจ็บ จากการรักษาทางยาหรือการผ่าตัดดังกล่าวมาแล้ว  และมักมีปัจจัยหลายอย่างประกอบกัน  ในปัจจุบันมีแนวทางการรักษาโรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศหลายทางด้วยกัน  ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสาเหตุ

               การรักษาปัจจัยทางจิตใจ  ต้องได้รับการบำบัดทางจิตใจและจะได้ผลดีขึ้นถ้าได้รับความร่วมมือที่ดีจากคู่ครอง  การปฏิบัติต่อกันด้วยไมตรีจิต  มีการเล้าโลมและกอดจูบกันโดยละเว้นจากการร่วมเพศสักระยะหนึ่งเป็นการแก้ปัญหาที่มีประสิทธิภาพ

               การรักษาปัจจัยทางร่างกาย  ต้องรักษาโรคที่เป็นสาเหตุ งดสูบบุหรี่ งดสุรา ให้แพทย์เปลี่ยนยาที่ใช้ถ้ามีผลต่อการแข็งตัว ให้ฮอร์โมนทดแทนในรายที่ขาดฮอร์โมนเพศ ในรายที่การรักษาข้างต้นไม่สามารถทำให้สมรรถภาพกลับสู่ปกติได้ อาจใช้ยา ซึ่งมีทั้งยาทานประจำทุกวัน , ยาทานเฉพาะครั้ง ,ยาฉีด , อุปกรณ์เครื่องดูดรัดสุญญากาศ(Vacum) ,ช่วยเพิ่มกระแสเลือดไปยังองคชาตหรือผ่าตัดสอดแกนในองคชาต

 

 

              

อาการอ่อนตัวของอวัยวะเพศ หรือ อาการที่อวัยวะเพศไม่สามารถแข็งตัวได้เต็มที่ หรือที่เรียกว่า โรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ( Erectile dysfunction : ED ) เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุด้วยกัน ทั้งสาเหตุทางด้านร่างกายและสาเหตุทางด้านจิตใจ  ในกรณีของคุณเพิ่งจะมีอาการไม่กี่ครั้ง ประกอบกับอายุยังน้อย จึงเป็นไปได้ว่า น่าจะเกิดจากความเครียดและกังวลในขณะนั้น  หรือ อาจจะเกิดจากความตื่นเต้นทางอารมณ์เพศก็เป็นได้   พยายามอย่าไปเครียดหรือคิดมาก , หาเวลาพักผ่อน และ หมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำ  ทานอาหารที่ดีมีประโยชน์ หลีกเลี่ยงสุราเครื่องดื่มอัลกอฮอลล์  ก็น่าจะช่วยได้   แต่ถ้าคุณยังพบว่ามีอาการอ่อนตัวของอวัยวะเพศอยู่  ก็ควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุจะได้ทำการรักษาให้ถูกวิธีต่อไป  เพราะยังมีสาเหตุอีกหลายอย่างที่ทำให้ผู้ชายเกิดการอ่อนตัวได้  เมื่อทราบสาเหตุก็จะรักษาได้ถูกวิธี ซึ่งการรักษามีอยู่หลายวิธีด้วยกัน ได้แก่ ยารับประทาน , ยาสอดเข้าท่อปัสสาวะ , ยาฉีดเข้าองคชาติ , กระบอกสูญญากาศ , การผ่าตัดใส่แกนเทียม , การผ่าตัดเส้นเลือด ฯลฯ   

 

คุณมีอาการที่เรียกว่า หย่อนสมรรถภาพทางเพศ หรือ โรค ED( Erectile Dysfunction)  อาการเหล่านี้ ได้แก่  อาการหลั่งเร็ว , อาการหลั่งช้า ,  อาการเฉื่อยชาทางเพศ  , อาการไม่ถึงจุดสุดยอด ,  อาการอวัยวะเพศไม่ค่อยแข็งตัว   เป็นต้น   คุณมีอาการหลั่งเร็ว (Premature Ejaculation)  และ เมื่อหลั่งแล้วอวัยวะเพศไม่สามารถที่จะแข็งตัวได้อีก ต้องใช้ระยะพักนานมาก อาการที่คุณเป็นอยู่นี้เป็นอาการที่พบได้บ่อยของผู้ชายโดยเฉพาะผู้ชายที่อายุเริ่มมากขึ้น   สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการผิดปกติดังกล่าวอาจเกิดจากปัญหาจิตใจ หรือ ปัญหาทางร่างกาย หรืออาจจะทั้ง 2 อย่าง   ปัญหาทางร่างกายที่พบบ่อยมักเกิดจาก ความผิดปกติของหลอดเลือด , ความผิดปกติของระบบประสาท ,  ความเสียหายของโครงสร้างองคชาติ  , อาการบกพร่องหรือขาดแคลนฮอร์โมนเพศชาย  , การใช้ยาบางชนิดเป็นประจำ , มีโรคประจำตัวอยู่ เช่น  โรคเบาหวาน , โรคความดันโลหิตสูง , ไขมันในเลือดสูง เป็นต้น   ผมไม่ทราบว่าคุณมีโรคประจำตัวอะไรอยู่หรือไม่  และ อาการที่คุณเป็นก็เป็นมานานถึง 10 ปีแล้วและไม่ได้รักษา  คุณจึงควรไปพบแพทย์เฉพาะทางเกี่ยวกับโรคนี้เพื่อทำการตรวจรักษาอย่างละเอียดจะดีที่สุด   ในปัจจุบันการรักษาแพทย์จะใช้ยา ซึงมีทั้งยาทานประจำทุกวัน , ยาทานเฉพาะครั้ง , ยาฉีด , อุปกรณ์เครื่องดูดรัดสุญญากาศ นอกจากนี้  คุณควรหมั่นฝึกกลั้นการหลั่ง , หมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำทุกวัน , หลีกเลี่ยงสิ่งเสพติดต่างๆ เช่น สุรา , บุหรี่ , หลีกเลี่ยงอาหารไขมัน อาหารทอด ฯลฯ พยายามพักผ่อนมากๆ ไม่เครียดและกังวลให้มากนัก  เพราะสิ่งเหล่านี้บั่นทอนต่อสุขภาพร่างกายและสุขภาพทางเพศเป็นอย่างมาก ด

 

ปัญหาเรื่องของอาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ หรือ โรค ED (Erectile dysfunction ) คือการที่อวัยวะเพศไม่สามารถแข็งตัวหรือแข็งตัวได้ไม่นานพอที่จะประกอบกิจทางเพศจนสำเร็จความใคร่  อาการของโรค ED ได้แก่ อาการหลั่งเร็ว , หลั่งช้า เป็นต้น  ปกติแล้วชายในวัยขนาดคุณ คือ 40-70 ปี หรือ ประมาณ 50 ปีขึ้นไปจะพบว่าเป็นโรคนี้มาก  ซึ่งสาเหตุที่พบส่วนใหญ่เกิดจาก สาเหตุทางร่างกาย ได้แก่ ความผิดปกติของหลอดเลือด , ของระบบประสาทที่ควบคุมการแข็งตัวขององคชาต ,การขาดแคลนฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศชายที่สำคัญมากมักจะพบในชายสูงอายุ หรือ วัยทอง , โรคประจำตัวบางชนิด ได้แก่ โรคเบาหวาน , โรคความดันโลหิตสูง , โรคไขมันในเลือดสูง , โรคหัวใจ , ต่อมลูกหมากโต เป็นต้น  นอกจากนี้ยาบางชนิดก็มีผลต่อการแข็งตัว เช่น ยารักษาโรคความดันโลหิตสูง , ยาที่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนล่าง , ยากลุ่มเบต้า  คุณมีอาการของโรคเบาหวาน และ ความดันโลหิตสูง รวมไปถึงอายุที่มากขึ้นซึ่งอาจจะมีผลโดยตรง ต่อการแข็งตัว นอกจากนี้ความเครียด , การดื่มสุรา หรือ ดื่มแอลกอฮอล์ ก็ทำให้สมรรถภาพทางเพศเสื่อมลงได้  ทางที่ดีคุณจึงควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุและทำการรักษาทั้งโรคทางกายที่เป็นอยู่ควบคู่กับการรักษาโรค EDนี้ และ ควรตรวจภาวะของการพร่องของฮอร์โมนเพศชายด้วย ในการรักษาปัจจุบันแพทย์จะมียาที่ช่วยรักษาอาการไม่ค่อยแข็งตัว หรือ โรคED นี้ ซึ่งมีทั้ง ยาทานประจำทุกวันเพื่อฟื้นฟู , ยาทานเฉพาะครั้งก่อนมีเพศสัมพันธ์ ฯลฯ รวมไปถึง อุปกรณ์ทางการแพทย์เครื่องดูดรัดสูญญากาศ (Vacum) แพทย์ก็ได้นำมาใช้รักษาได้ผลดีครับ   สำหรับหนังสือสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 0-2971-6784-5 , 0-81408-9809 และ ที่ตู้ปณ.31 ปทจ.รามอินทรา  กรุงเทพฯ 10220  การทำออรัลให้ภรรยาเป็นทางแก้ทางหนึ่งเพื่อให้ภรรยามีความสุขได้ขอเพียงให้มีความสะอาดและปลอดภัยและเป็นความพอใจของทั้งสองฝ่ายก็ไม่น่าจะมีปัญหา  ส่วนคำแนะนำอื่นๆคุณอายุเริ่มมากขึ้นแล้ว จึงควรดูแลหมั่นออกกำลังกายอย่างเหมาะสมเป็นประจำทุกวันด้วย  ,พยายามทานอาหารที่มีประโยชน์ หลีกเลี่ยงอาหารจำพวกเนื้อสัตว์ติดมัน , ของทอด , ให้ทานอาหารจำพวกปลา , ประเภทต้มแทน และ พยายามทานผักสดและผลไม้  หลีกเลี่ยงความเครียด , พักผ่อนให้เพียงพอ , งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ฯลฯ เพียงเท่านี้ คุณก็จะมีชีวิตที่ยืนยาวไปอีกนานครับ  

 

 

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com