ยาคุม

Last updated: Feb 10, 2019  |  240 จำนวนผู้เข้าชม  |  ยาและการใช้ยา

ยาคุม

               การคุมกำเนิดมีความสำคัญมากขึ้นในปัจจุบัน เพราะการเพิ่มขึ้นของประชากรมนุษย์ ส่งผลกระทบต่อสภาวะเศรษฐกิจและสังคม การตั้งครรภ์เมื่อยังไม่พร้อมสร้างปัญหาต่อเนื่องมากมายในขณะที่การป้องกันการตั้งครรภ์ทำได้ง่ายกว่าเพราะมีหลายวิธีให้เลือกใช้ตามความเหมาะสม กรณีผู้ที่มีบุตรเพียงพอแล้วควรเลือกวิธีการทำหมัน ซึ่งสามารถทำได้ทั้งในเพศชายโดยการผูกหรือตัดหลอดนำอสุจิและในเพศหญิงโดยการผูกหรือตัดท่อนำไข่ สำหรับผู้ที่ยังไม่พร้อมจะมีบุตรอาจเลือกการคุมกำเนิดแบบชั่วคราว เช่น การฉีดยาคุมกำเนิด การฝังยาใต้ผิวหนัง การใช้ ถุงยางอนามัย การใช้ห่วงอนามัย หรือการรับประทานยาเม็ดคุมกำเนิด เป็นต้น สำหรับบทความนี้ผู้เขียนจะขอ นำเสนอเกี่ยวกับยาเม็ดคุมกำเนิดหลังร่วมเพศ เนื่องจากกำลังได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในกลุ่มวัยรุ่นและมีแนวโน้มสูงที่จะเป็นอันตรายต่อสุขภาพเพราะความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการ ใช้ยาดังกล่าว โดยขอนำเสนอตามลำดับดังนี้

ยาเม็ดคุมกำเนิดคืออะไร

               ยาเม็ดคุมกำเนิด คือยาเม็ดที่ใช้สำหรับรับประทานเพื่อป้องกันการตั้งครรภ์แบบชั่วคราว มีการใช้งานมานานแล้วและมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องทั้งชนิดและปริมาณของตัวยาให้เหมาะสมมากยิ่งขึ้น ทำให้การคุมกำเนิดโดยการรับประทานยาเม็ดคุมกำเนิดเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมสูงที่สุด เพราะมีประสิทธิภาพในการป้องกันการตั้งครรภ์สูง ใช้งานสะดวก หาซื้อง่าย ราคาถูก ไม่เจ็บตัว และสามารถหยุดรับประทานยาได้เมื่อต้องการจะมีบุตร

ส่วนประกอบของยาเม็ดคุมกำเนิด

               ยาเม็ดคุมกำเนิดส่วนใหญ่จะประกอบด้วยฮอร์โมน 2 ชนิด คือ เอสโตรเจน (estrogen) และ โปรเจสเตอโรน (progesterone) โดยยาคุมกำเนิดแต่ละชนิดจะมีปริมาณส่วนผสมของฮอร์โมนทั้ง 2 ชนิดที่แตกต่างกันไป และจะมีกลไกการออกฤทธิ์ในการคุมกำเนิดที่แตกต่างกันด้วย กลไกในการป้องกันการตั้งครรภ์ของยาเม็ดคุมกำเนิด มีดังนี้

1. ยับยั้งการตกไข่

               โดยเอสโตรเจนจะออกฤทธิ์ยับยั้งการหลั่ง FSH (Follicle stimulating hormone) ซึ่ง FSH มีหน้าที่หลักคือการควบคุมการสร้างไข่ การเจริญของไข่ และการสร้างเยื่อบุมดลูก ส่วนโปรเจสเตอ-โรนจะออกฤทธิ์ยับยั้งการหลั่ง LH (Luteinizing hormone) ซึ่ง LH มีหน้าที่หลักคือกระตุ้นให้เกิดการตกไข่และควบคุมการหนาตัวของเยื่อบุมดลูก ทั้ง FSH และ LH เป็นฮอร์โมนที่มีความสำคัญในระบบสืบพันธ์ของเพศหญิง เมื่อถูกยับยั้งการทำงานจะทำให้รังไข่ไม่สามารถสร้างเยื่อบุมดลูกและเกิดการตกไข่ได้
2. ออกฤทธิ์ต่อปากมดลูก
               โดยโปรเจสเตอโรนจะออกฤทธิ์ทำให้มูกปากมดลูกมีปริมาณน้อยลงและมีความเหนียวมากขึ้น ซึ่งมีผลทำให้อสุจิจากเพศชายผ่านเข้าสู่โพรงมดลูกได้ยากและยังทำให้อสุจิมีชีวิตสั้นลงด้วย
3. ออกฤทธิ์ต่อเยื่อบุมดลูก
               โดยโปรเจสเตอโรนจะออกฤทธิ์ทำให้เยื่อบุมดลูกบางลง ไม่เหมาะสมสำหรับไข่ที่ได้รับการผสมกับตัวอสุจิแล้วมาฝังตัว

4. ออกฤทธิ์ต่อท่อนำไข่

               โดยเอสโตรเจน ทำให้ท่อนำไข่บีบตัวแรงขึ้น มีผลให้ไข่ที่ผสมแล้วเดินทางเร็วเกินไปจนไม่สามารถฝังตัวได้ ในขณะที่โปรเจสเตอโรนทำให้ท่อนำไข่บีบตัวน้อยครั้งกว่าปกติและลดความสามารถของอสุจิที่จะไปผสมกับไข่ด้วย

ประเภทของยาเม็ดคุมกำเนิด

               ยาเม็ดคุมกำเนิดที่นิยมใช้กันมีหลายประเภทได้แก่
1. ประเภทฮอร์โมนรวม (combined pill)
               ซึ่งเป็นประเภทที่นิยมใช้กันมากที่สุด มีประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดสูงสุดถึงร้อยละ 99-100 ยาคุมกำเนิดประเภทนี้แบ่งย่อยเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่
- monophasic pill ประกอบด้วยฮอร์โมนผสมสัดส่วนคงที่ตลอดช่วงของรอบประจำเดือน
- biphasic pill ประกอบด้วยฮอร์โมนผสมสัดส่วนต่างกัน 2 ระดับตลอดช่วงของรอบประจำเดือน
- triphasic pill ประกอบด้วยฮอร์โมนผสมสัดส่วนต่างกัน 3 ระดับตลอดช่วงของรอบประจำเดือน
2. ประเภทโปรเจสเตอโรนอย่างเดียว (minipill)
               เป็นที่นิยมรองลงมา มีประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดร้อยละ 97-98 ข้อดีคือมีอาการข้างเคียงต่ำที่สุด
3. ประเภทยาคุมกำเนิดหลังร่วมเพศ (morning after pill หรือ post-coital contraceptive)
               เป็นประเภทที่มีประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดต่ำที่สุดและมีอาการข้างเคียงมากที่สุด แต่ด้วยค่านิยมผิดๆหรือความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของกลุ่มวัยรุ่นในปัจจุบัน มีความนิยมใช้ยาคุมกำเนิดประเภทนี้มากขึ้น เพียงเพราะความสะดวกสบายในการใช้ โดยไม่คำนึงถึงผลเสียภายหลัง ก่อให้เกิดปัญหามากขึ้น ทั้งในด้านการคุมกำเนิดที่ผิดพลาดและในด้านสุขภาพที่เกิดจากอาการข้างเคียงของการใช้ยาประเภทนี้
ยาคุมกำเนิดหลังร่วมเพศ
               ยาคุมกำเนิดหลังร่วมเพศ (morning after pills or post-coital contraceptives) หรือที่รู้กันโดยทั่วไปว่า ยาคุมฉุกเฉิน เป็นยาคุมกำเนิดที่ใช้ในกรณีฉุกเฉินหรือใช้ในระยะสั้นๆ โดยรับประทานยาภายหลังการร่วมเพศภายในระยะเวลาที่กำหนดเพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ ยาคุมกำเนิดประเภทนี้แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่
1. ยาเม็ดคุมกำเนิดที่ประกอบด้วยเอสโตรเจนในขนาดสูง ซึ่งประกอบด้วย ethinyl estradiol ในขนาด 5 มิลลิกรัมต่อวัน หรือ conjugated estrogen ขนาด 20-30 มิลลิกรัมต่อวัน วิธีใช้จะต้องรับประทานยาครั้งแรกหลังร่วมเพศภายใน 72 ชั่วโมง และต้องรับประทานยาติดต่อกัน 5 วัน



2. ยาเม็ดคุมกำเนิดที่ประกอบด้วยฮอร์โมนสองชนิดรวมกัน ซึ่งประกอบด้วย norgestrel 0.5 มิลลิกรัม และ ethinyl estradiol 0.05 มิลลิกรัม วิธีใช้จะต้องรับประทานยาครั้งแรก 2 เม็ด หลังร่วมเพศภายใน 72 ชั่วโมงและรับประทานยาอีก 2 เม็ดหลังจากรับประทานยา ครั้งแรก 12 ชั่วโมง และต้องรับประทานยาซ้ำติดต่อกันอีก 3-5 วัน วันละ 2 ครั้ง หลังอาหาร.
3. ยาเม็ดคุมกำเนิดที่ประกอบด้วยโปรเจสเตอโรนในขนาดสูง ซึ่งประกอบด้วย D-norgestrel 0.15-1.0 มิลลิกรัมรับประทานยา 1 เม็ดครั้งเดียวหลังร่วมเพศภายใน 1 ชั่วโมง แต่ถ้ามีการร่วมเพศอีกครั้งหลังจากรับประทานยาไปแล้วเกิน 3 ชั่วโมง จะต้องรับประทานยาเพิ่มอีก 1 เม็ด ยาในกลุ่มนี้ได้รับความนิยมสูงสุด มีอาการข้างเคียงน้อยและใช้สะดวกที่สุด เมื่อเทียบกับยาคุมกำเนิดในประเภทเดียวกัน
               ยาคุมกำเนิดที่ใช้ภายหลังการร่วมเพศทั้ง 3 กลุ่มดังกล่าว มีกลไกการออกฤทธิ์หลักที่เยื่อบุ-มดลูกและท่อนำไข่ ซึ่งมีประสิทธิภาพในการป้องกันการตั้งครรภ์ไม่สูง เพราะสามารถลดความเสี่ยงในการตั้งครรภ์ได้เพียงร้อยละ 75 เท่านั้น นอกจากนั้นยังก่อให้เกิดอาการข้างเคียงมากกว่ายาคุมกำเนิดประเภทอื่น จึงไม่แนะนำให้ใช้เป็นประจำและมีข้อจำกัดว่าไม่ควรใช้เกินเดือนละ 4 ครั้ง การเลือกใช้ยาคุมกำเนิดกลุ่มนี้ควรใช้เฉพาะกรณีฉุกเฉินหรือเร่งด่วนเท่านั้น เช่น กรณีถูกข่มขืน การร่วมเพศโดยมิได้มีการคุมกำเนิดล่วงหน้า เกิดข้อผิดพลาดจากการคุมกำเนิดวิธีอื่นๆ เช่น ถุงยางอนามัยฉีกขาด นับระยะปลอดภัยผิด หรือลืมรับประทานยาคุมกำเนิดที่ใช้เป็นประจำเกิน 3 วัน เป็นต้น
อาการข้างเคียงของยาคุมกำเนิดหลังร่วมเพศ
               อาการข้างเคียงที่พบได้บ่อยจากการใช้ยาคุมกำเนิดประเภทนี้คือ อาการคลื่นไส้ อาเจียน สำหรับผู้ที่มักจะเกิดอาการข้างเคียงดังกล่าวนี้และมีความจำเป็นต้องใช้ยา อาจรับประทานยาต้านการอาเจียนควบคู่กันได้ โดยยาต้านการอาเจียนที่นิยมใช้ได้แก่ โปรคลอโลเปอร์ราซีน (Procholor- perazine) 5-10 มิลลิกรัม โปรเมธาซีน (Promethazine) 12.5-25 มิลลิกรัม หรือ ไตรเมโธเบนซาไมด์ (Trimethobenzamide) 250 มิลลิกรัม
การเลือกใช้ยาคุมกำเนิดหลังร่วมเพศ
               การเลือกใช้ยาเม็ดคุมกำเนิด ควรพิจารณาเลือกใช้ประเภทที่เหมาะสมกับตนเอง โดยคำนึงถึงประสิทธิภาพในการป้องกันการตั้งครรภ์และการเกิดอาการข้างเคียงเป็นสำคัญ ดังนั้นการเลือกใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดหลังร่วมเพศควรเป็นทางเลือกสุดท้ายสำหรับผู้ที่ต้องการคุมกำเนิดแบบชั่วคราว หากมีความจำเป็นต้องใช้ยาดังกล่าวจริงๆ ควรใช้ยาด้วยความระมัดระวังและปฏิบัติตามวิธีใช้ยาอย่างเคร่งครัด หากมีปัญหาในการใช้ยาควรรีบไปพบแพทย์หรือเภสัชกรโดยเร็วที่สุด



 


พฤศจิกายน 2545

บรรณานุกรม


ชวนชม สกนธวัฒน์ . การคุมกำเนิด . พิมพ์ครั้งที่ 2 . ขอนแก่น : คอม เพรส แอน ดีไซน์ , 2535 .

นันทวรรณ กิติกรรณากรณ์ . ยาคุมกำเนิด . [ออนไลน์] . เข้าถึงได้จาก : http://drug.pharmacy.
psu.ac.th/articleprofile.asp?ID=101 . 2545 .

มหาวิทยาลัยมหิดล . คณะเภสัชศาสตร์ . เภสัชวิทยา เล่ม 3 . พิมพ์ครั้งที่ 2 . กรุงเทพมหานคร :
ห้างหุ้นส่วนจำกัดไทยมิตรการพิมพ์ , 2537.

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
Powered by MakeWebEasy.com